สวัสดี ค่ะ ท่านสมาชิก เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ผ่านช่วงสงกรานต์เดือนเมษายน มาอย่างรวดเร็ว และช่วงนี้อากาศร้อนมาก ขอให้รักษาสุขภาพนะคะ  ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้มีโอกาสทำบุญกุศลต่างๆเนื่องในวันวิสาขบูชา ดิฉันก็เช่นกันค่ะ ในครั้งนี้ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มีโอกาสไปทำบุญและได้สักการะพระเขี้ยว แก้วของพระพุทธเจ้า ณ ประเทศศรีลังกา และในโอกาสนี้ดิฉันขอเล่าประสบการณ์ ณ ประเทศศรีลังกามายังทุกท่านค่ะ

คณะของเราได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปยังศรีลังกา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ ที่นี่เป็นประเทศที่สภาพไม่เจริญอย่างบ้านเรา สภาพจะเป็นบ้านสไตร์อินเดีย และอังกฤษ เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษมาก่อนค่ะ  ดิฉันได้ไปวัดคงคาราม พระอารามกลางน้ำ แลมีจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรตระการตา และอารยธรรม อันเก่าแก่นับพันปี เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรกในศรีลังกา จะมีพระพุทธรูปโลหะขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่มากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นเข้าเยี่ยมเมืองแคนดี้ ซึ่งที่นี่เราสามารถมองเห็นทะเลสาบและตัวเมืองที่สวยงาม ถือว่าเป็นมินิสวิตซ์แลนด์เลยทีเดียวค่ะ คณะของเราได้เข้าชมสวนพฤษศาสตร์เพราเดนิยา (Peradeniya botanical garden) ซึ่งที่นี่มีพื้นที่กว่า 147 เอเคอร์ ภายในสวนมีพันธ์ไม้มากมายกว่า 5,000 ชนิด ซึ่งบางชนิดจะไม่เคยเห็นทีไหนในโลก ยกเว้นที่ศรีลังกาเท่านั้นค่ะ  ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นที่ที่สมัยก่อน ชาวอังกฤษใช้เป็นสถานีวิจัยพืชไร่จำพวกกาแฟและเครื่องเทศต่างๆ

IMG_3207 IMG_3223

ค่ะ คณะของเราได้ไปลิ้มลองชาศรีลังกา ณ ไร่ชา เมืองนูวาระ Nuwara Eliya ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองอังกฤษจำลอง ที่มีฉากหลังอันสวยงามตั้งอยู่บนเทือกเขา หุบเขาและน้ำตก และมีสวนปลูกใบชา เป็นที่ขึ้นชื่อว่า Tea Country เพราะเป็นไร่ใบชาที่กว้างใหญ่มาก ดิฉันได้เข้าไปดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำใบชา ตั้งแต่คัดแยกใบชาจากต้นเลยค่ะ

สถานที่อีกแห่งที่สำคัญในศรีลังกานี้คะ เมือง สิกิริยา  หรือ ภูเขาสิงโต (Sigiraya Rock Fortress) หรือ แท่นราชสีห์ ศาสนสถานลอยฟ้าแห่งศรีลังกา  สร้างในศตวรรษที่ 5 ซึ่งอาจนับได้ว่าที่นี่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในประเทศศรีลังกาค่ะ เนื่องจากเคยมีสิงห์โตตัว ใหญ่ ยืนอยู่บริเวณปากทางเข้า ภายในคูรอบป้อมปราการ 3 ชั้น มีแท่นศิลายักษ์สูง 500 ฟุต เป็นหินผาที่เกิดจากภูเขาไฟในอดีต แต่ที่ไม่ได้เรียกเป็นภูเขาเพราะว่าลักษณะของมัน เหมือนก้อนหินยักษ์วางอยู่บนที่ราบ สามารถมองเห็นได้ไกลจากรอบๆด้าน มีความสูงจากพื้น 370 เมตร ด้านบนแบน มองรวมๆเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ค่ะ ดิฉันได้เดินขึ้นไปด้านบน เส้นทางจะเป็นขั้นบันไดหิน ลาดชัน แต่มีที่ยึดค่ะ  ด้านบนจะมีคล้ายๆถ้ำ ที่ผนังถ้ำจะมีภาพเขียนแบบ ปูนเปียก (Frescos) ที่วาดลงบนปูนที่ฉาบผนังถ้ำ เป็นภาพนางอัปสรสวรรย์ ขนาดเท่าตัวคนซึ่งมีสีสันสดใส ถึงแม้ภาพนี้จะมีอายุมากกว่าพันปี สีสันก็ยังสวยเด่นชัดมากค่า

จึงตกทอดมายังเกาะลังกาค่ะ พระเขี้ยวแก้วนี้ประดิษฐานอยู่ในผอบและอยู่ในเจดีย์อีก 4 ชั้น ในห้องกระจกกันกระสุน และมีประตูเงิน ประตูทอง ซึ่งหนากว่า 1 ศอกค่ะ ช่วงเวลาที่ดิฉันไป คนแน่นมากค่ะ มีทั้งชาวศรีลังกาและนักท่องเที่ยว ต้องเดินต่อกันเป็นสาย ยาวมากค่ะ แสดงถึงแรงศรัทธาจริงๆค่ะ

IMG_3026

IMG_3233

อีกสถานที่ที่สำคัญ นั่นก็คือ ดิฉันได้ไปเมือง อนุราธปุระ ได้ไปสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งได้หน่อมาจากพุทธคยา ในสมัยพระเจ้าอโศมหาราชค่ะ สถานที่แห่งนี้พระพุทธองค์เคยเสด็จมาเข้านิโรธสมาบัติเป็นเวลา 7 วันค่ะ

จากการท่องเที่ยวประเทศศรีลังกาในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ สถานที่ที่สำคัญในพระพุทธศาสนา และในโอกาสวันวิสาขบูชาในปีนี้ ดิฉันขอส่งบุญและความปรารถนาดีมายังทุกท่าน ให้ประสบความสุข ปรารถนาสิ่งใด ขอให้สัมฤทธิ์ผลนะคะ ไว้พบกันฉบับหน้านะคะ

Comments

comments