“Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results.
: ความวิปลาส คือ การทําสิ่งเดิมซ้ำๆซากๆแล้วหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง” – ไอน์สไตน์
องค์กรธุรกิจไทยในวันนี้ ต้องปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หลายธุรกิจได้รับแรงกดดันให้ต้องก้าวข้ามบริบทแวดล้อม จากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก (labor intensive industry) สู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้ (Knowledge-Based Economy)
ระบบการศึกษาไทยที่เป็นเครื่องจักรหลัก ในการพัฒนาคนสร้างความรู้ทัศนคติให้กับแรงงานรุ่นใหม่ ป้อนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผลที่ได้แรงงานใหม่ต่างต้องการค่าจ้าง แรงงานที่ดี งานสบายยังไม่พอต้องเท่ด้วย ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ แม้ความต้องการพื้นฐานขององค์กรสมัยใหม่ที่ต้องการอย่างน้อย หนึ่งในสองข้อ คือ ความซื่อสัตย์ตรงต่อเวลา กับ ความขยันขันแข็งตั้งใจทํางาน ผู้ประกอบการรู้ดีว่า
ที่ผ่านมาระบบการศึกษาใช้เวลาประมาณ ๒๐ ปี ทําอะไรกับแรงงานที่จะออกไปรับใช้ชาติในวันข้างหน้า เรื่องที่รับรู้ได้คือการตัดทิ้งความรู้ทางธรรมทีละเล็กทีละน้อย ทั้งที่มีโรงเรียนวิถีพุทธในยุคนี้ ทําให้คนไทย (เดิมเรียกว่าศยาม เปลี่ยนมาเป็น สยาม ที่แปลว่า “ทอง”) คนที่เคยเป็นไท ได้กลายเป็นทาส
ทั้งสี่มิติคือ เป็น ทาสทางการเมือง ทาสทางเศรษฐกิจ ทาสทางเทคโนโลยี และเป็นทาสทางสังคมที่ถูกระตุ้นให้ “ฟุ้งซ่าน” ไปวันๆ
การฟื้นฟู (ปฏิรูป) ความรู้ของพนักงานที่ถูกสร้างความรู้และทัศนคติจากระบบการศึกษาที่ผ่านมา ให้สามารถมีผลลัพธ์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขององค์กร
เป็นหัวใจของ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-Based Economy) ที่ส่งผลต่อสังคม การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศให้มีความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในภูมิภาค
ต้องกลับมาหาความจริงในองค์กรของเรา ด้วยการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริง (Fact finding) ก่อนที่จะเข้าสู่ยุค Knowledge-Based Economy in the 21st Century ตอบตนเองก่อนว่าท่านมีความเชื่อเรื่องคน คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กรใช่หรือไม่ การพัฒนาทรัพยามนุษย์คือหัวใจสําคัญ
(HRD is Keys factor) แล้วทําความเข้ากับทีมงานของท่าน 7 ข้อต่อไปนี้ :
1. “งาน” งานทุกงาน ต่างจุดเริ่มต้น ต่างกระบวนการ ต่างเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นสู่ความ สําเร็จเหมือนกัน
2. “ผู้นํา” มีหน้าที่นําพาทีมงานที่รับผิดชอบไปสู่เป้าหมายขององค์กร
3. “คน” ทุกคนในทีม ต่างมีความคิด ความรู้ และ ปณิธานของตนเอง
4. “ความเสียใจ” ทุกคน ต่างเสียใจเมื่อตัดสินใจพลาดและได้ลงมือกระทําอย่างขาด “สติ” ไปแล้ว
5. “ผู้แสวงหาความสําเร็จ” ต้องการหาความรู้และกระบวนวิธีที่สร้างความมั่นใจให้กับตน ว่าสิ่งที่จะทํานั้นนําไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
6. “วิทยาศาสตร์” ต้องเป็นระบบสามารถทําซ้ำ พิสูจน์ซ้ำ ได้ผลลัพธ์เช่นเดิมทุกครั้ง
7. “ความสําเร็จ” ที่ทุกคนต้องการ ต้องยังความสุขให้กับตน องค์กร และสังคม จึงจะเป็นความสําเร็จที่ถูกใจ พอใจ อิ่มใจ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ทุกคนมีหลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะศาสนาพุทธเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ การย้อนกลับ
(Reverse) มาศึกษากระบวนการของพระพุทธองค์ ควบคู่กับการศึกษาวิทยาการสมัยใหม่ทางโลก ที่ทุกคนเรียนมา เพราะที่สุดแห่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) คือ การพัฒนาสติ … สติคือหัวใจหลัก (Key Factor) อันมีอุปการะยิ่งที่จะให้ทุกท่านสามารถใช้ ความคิค ความรู้ และทักษะทํางานบรรลุความสําเร็จตามเป้าหมาย สร้างคุณประโยชน์ที่มีคุณค่าต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม
องค์กรท่านจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้จากคนของท่านเองเพราะภายในของทุกคนมี 7 ศักยภาพอยู่ภายใน (7 HiP : 7 Human inner POTENTIAL) ซึ่ง เป็นศักยภาพที่ติดตัวมากับทุกคน ต่างกันที่มากน้อยในแต่ละด้าน โดยใช้หลัก “สมมุติเพื่อข้ามสมมุติ” ที่ประกอบด้วย
1. ความบริสุทธิ (purity)
2. ความปิติ (bliss)
3. ความสงบ (peace)
4. ความสุข (happiness)
5. ความรัก (love)
6. พลัง (power)
7. ความรู้ (knowledge)
7 HiP. นี้ทางตะวันตกเรียก Inborn intelligence ในหนังสือ Top Secret เรียก ความลับของจักรวาล อุษาคเนย์ (ไทย) เรียก วาสนา (บุญเก่า) คัมภีร์โบราณเรียก วิหารแห่งปัญญา
การกระตุ้นให้คนเห็นคุณค่า 7HiP ที่มีอยู่ในตน และรู้วิธีการนํากลับมาใช้นึ้ไม่ได้สอนธรรมะแต่อย่างใด แต่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา
มาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้เข้าถึงความจริงของจุดกําเนิดของชีวิต การดําเนินชีวิต และความสําเร็จของชีวิต อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายและนํามาปฏิบัติได้ผล
จึงเรียกกระบวนการนี้เป็นการย้อนกลับเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Reverse HRD) ด้วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในพุทธศาสนา ดังพุทธพจน์กล่าวว่า
“นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา : แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี : Wisdom is the brightest of all light.”
จากบทสวดธรรมจักกัปปวัตนสูตร ที่ขึ้นต้น “อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค เสยยะถีทัง สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสะติ สัมมาสะมาธิ” ชี้ให้เห็นว่าต้องเริ่มต้นที่ “ความเห็นชอบ” ก่อน ซึ่งเป็น ปัจจัยสําคัญในการแสวงหาความสําเร็จ
เมื่อรู้ว่ามี 7HiP อยู่ภายใน และรู้กระบวนวิธีนํากลับมาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เชื่อได้ว่าทุกคนจะใช้ 7HiP ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อองค์กร และต่อสังคม
การตอบโจทน์ชีวิตของคนทํางาน ต้องการเพียงสองสิ่งคือ มีความสําเร็จ และ มีความสุข ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ในตน การเพียรฝึกตามกระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์ อย่างเป็นระบบจะเข้าใจถึงพุทธพจน์ที่กล่าวว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา : แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี : Wisdom is the brightest of all light.” พนักงานจะได้นำ 7HiP ที่มีอยู่ให้ได้เปล่งแสงสว่าง (7 Luminary) เป็นของขวัญแห่งชีวิตที่ได้เกิดมา
7 Luminary
In this training program you will play and learn about :
Introduction : Simplify & Scientific Approach
Chapter 1 : Pinhole to Wormhole and focus to Concentration
Chapter 2 : Human POTENTIAL resource
Chapter 3 : Work SMART
Chapter 4 : Impressive RECALL Implementation
Benefit In this training course :
1. HRD groundbreaking
2. Behavioral Improvement for Better Decision Making
3. Individual and Team Performance Optimization
4. New Opportunities Innovation and Implementation
สมบุญ บุญญาวนิชย์

Comments

comments