ชลิต ลิมปนะเวช

นายกสมาคมศิษย์เก่า MMP Chula

MMP : อาจารย์ชลิตจบ MMP รุ่นที่เท่าไรครับ

C : ผมจบ MMP รุ่นที่  18  ครับ

MMP : อาจารย์เรียนจบจากที่ไหน และหลังจากจบแล้ว อาจารย์ทำงานด้านไหนครับ

C : ผมจบปริญญาตรีจาก ABAC สาขาการตลาดรุ่นแรก โดยก่อนที่จะจบ ผมได้งานที่บริษัทโฆษณา ลินตัส ประเทศไทย ในตำแหน่ง Management Trainee ตั้งแต่ 1975-1990 ผมเป็น One Company Man คือทำงานอยู่บริษัทเดียวไม่เคยย้ายไปที่อื่นเลย แต่เข้า-ออกที่นี่ถึง 3 ครั้ง

MMP : ทำไมคนถึงเรียกอาจารย์ว่า “อาจารย์” จนติดปากครับ

C : เพราะผมสอนหนังสือมา 30 ปี (1978-2009) 13 ปีแรก ผมทำงานไป สอนหนังสือไป สอนที่ ABAC เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์  และที่อื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วน 18 ปีหลัง (1991-2009) ผมสอนจริงจัง หลังจากลาออกจาก ลินตัส ก็มาทำธุรกิจของตัวเองจริงๆ จังๆ เป็นธุรกิจโกดัง ชื่อบริษัท กันตารัติ กรุ๊ป จำกัด ก็ไม่จำเป็นต้องมาคุมงานทุกวัน และคิดเสียดายองค์ความรู้ที่ได้เรียนมา จึงกลับมาคุยกับรองอธิการฝ่ายวิชาการ ที่ ABAC บอกว่าผมจะกลับมาสอน โดยไม่รับเงินเดือน แต่ไม่มาสอนทุกวัน ผมสอนวิชาการตลาด การจัดการโฆษณา และการวางแผนรณรงค์โฆษณา ที่คณะบริหารธุรกิจ จนเป็นหัวหน้าภาค ก็เลิกสอน พอตั้งคณะนิเทศศาสตร์ ก็ได้รับเชิญไปเป็นคณบดี รวมอยู่ที่คณะบริหารและนิเทศ 18 ปี พอเกษียณจาก ABAC รองคณบดี ม.หอการค้า และคุณดุสิต ประธานหอการค้าฯ ก็โทรมาชวนผมเป็นคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผมก็ไปเป็นกรรมการอีกหลายแห่ง เช่น TMA (Thailand Management Association) เป็นต้น

MMP : ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่า MMP อาจารย์มองว่าหลักสูตร MMP เป็นอย่างไร เหมาะสมกับใครบ้างครับ

C : ชื่อก็บอกว่าเป็น Modern Managers Program เกี่ยวกับการพัฒนา เหมาะกับระดับ Middle Management Manager  (Middle up) โครงการนี้สอนให้เราเป็นพหูสูตร หรือ Multi Discipline Concept ไม่ได้ให้เก่งอย่างเดียว หลักสูตรต้องใส่ Ingredients เข้าไปให้คนเรียนเป็นคนรอบรู้ เหมือน Jack of All Trades, Master of One อันนี้ผมเป็นคนแปลงเอง หมายถึง รู้รอบ แต่เชี่ยวชาญอย่างใดอย่างหนึ่งที่เขาเป็นอยู่

MMP : อาจารย์อยากเห็นพัฒนาการอะไรในสมัยที่อาจารย์เป็นนายกสมาคมครับ

C : ผมอยากจะดึงศิษย์เก่า MMP กลับมา Refresh วิชาการ ให้ทันสมัยมากขึ้น เช่นปีนี้ เป็นปี Social Media มาแรง เรา อาจมีการจัดสัมนาเรื่องการใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการตลาดอย่างไร สมัยก่อนเวลาจะอ่าน e-mail คุณต้องกลับไปที่บ้าน หรือที่ทำงาน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง เพราะ Blackberry มี feature บางอย่างที่สามารถ Connect Anywhere, Any places และ Any time ผมจึงคิดว่า ฝ่ายวิชาการของสมาคมฯ ต้องตอบรับ นำไปขยายผล และต่อยอดจัดสัมมนา โดยเชิญอาจารย์ในคณะให้มาช่วยอบรม

MMP : ในปีนี้ อาจารย์จะวางนโยบายให้กับสมาคมฯ อย่างไรบ้างครับ

C : ผมไม่อยากให้สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็น Entertainment Association ถามว่า MMP จุฬาฯ มาจากไหน มาจากคณะบัญชีจุฬาฯ เป็นเรื่องของวิชาการ เพราะฉะนั้น สมาคมฯ มีส่วนเน้นวิชาการ และเหตุผลของการตั้งสมาคมฯ คือเพื่อให้ศิษย์เก่ามารวมกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ซี่งกันและกันในการสร้าง Network เท่านี้ยังไม่พอ ต้องทำเป็น พันธมิตรทางธุรกิจ หรือ Strategic Alliance เช่น ผมต้องการซื้อวัสดุก่อสร้าง ผมก็จะซื้อกับศิษย์เก่า MMP ก่อน หน้าที่ของเรา คือ ส่งเสริมศิษย์เก่าด้วยกัน วิธีนี้ เป็นการสร้างเศรษฐกิจภายในสมาคมฯ คิดว่าวัตถุประสงค์ในสมัยของผม อยากทำแบบนี้นอกเหนือจากการจัดให้มีการเติมเต็มวิชาการความรู้ให้สมาชิกใน ราคาไม่แพง

MMP : อาจารย์จะผลักดันกิจกรรมของสมาคมให้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

C : สมาคมฯ จะต้องมีเงิน ผมขอเสนอให้ประชุมกรรมการว่า ใน 2 ปีนี้ ต้องการ Budget เท่าไร จากนั้นก็ขอรบกวนจาก Sponsor เพียงครั้งเดียว และทุกครั้งที่สมาคมฯ จัดกิจกรรม ก็ให้ขึ้น Logo ของเขาตลอด 2 ปีนี้เช่นกัน และถ้าสำเร็จ ก็จะถ่ายทอดไปยังนายกสมาคมฯ คนต่อๆ ไปให้ทำแบบเดียวกัน ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ สามารถอนุมัติงบกลางมาให้ได้

MMP : สำหรับ MMP Magazine อาจารย์มีข้อคิดอย่างไรครับ

C : ผมอยากฝากให้เป็นข้อคิด สมัยที่ผมเป็นนายก ABAC ผมมีความสุขมาก แต่อย่าลืมว่า การหา Sponsor เป็นเรื่องการไถ คนถูกไถจะเบื่อ เพราะคนเขาไม่เห็นคุณค่าของโฆษณา เมื่อสมาชิกฯ เริ่มมากขึ้นๆ ค่าใช้จ่ายต้นทุนของวารสารก็จะแพงขึ้นเช่นกัน จนต้องล้มเลิกไป ผมขอแนะนำว่า เราใช้  Face book กับ Website ของสมาคมฯ ให้เป็นประโยชน์ ในอนาคตอาจใช้พื้นที่ขนาด A4 ในการลงข้อมูล และต้องทำให้ Website มี Movement ให้มากที่สุด เช่น จัดให้มีการสัมนา ก็ต้องมีทีมงานทีมหนึ่งคอยตั้งกล้องถ่าย และนำสิ่งที่ถ่ายมาเป็นตอนๆ ทำวีดีโอ ลงใน Website ของ MMP หากมีผู้สนใจติดต่อเข้ามา และต้องการ Full Slide ก็ให้บอกว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยากร หากสนใจก็ให้มาเข้าอบรมฟัง และเป็นช่องทางการขายสัมมนาล่วงหน้า และเช็ค Rating ของสัมมนาด้วย หากเรามี Movement และใส่ข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้นๆ อีกหน่อย Website ของ MMP ก็จะมีค่า สามารถขายโฆษณาได้ ต่อไปสมาชิกฯ ทุกคนก็จะได้รับ Issue e-mail เพื่อใช้ตลอดชีพ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งต้องการผู้ที่เก่งทางด้าน IT เข้ามาช่วย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

MMP : ฟังดูแล้วในยุคที่อาจารย์เป็นนายก จะต้องมีการพลิกโฉมสมาคมอย่างมากนะครับ

C : ผมอยากสานต่องานของอดีตนายก สมาคมฯ ทั้งสองท่านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง CSR (Corporate Social Responsibility) และเรื่องวิชาการ ผมอยากให้สมาชิกของ MMP จุฬาฯ ที่ไม่เคยร่วมกิจกรรมของสมาคมฯ เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน ผมอยากทำให้เหมือน Rotary ทุกครั้งที่มีกิจกรรมหรือการประชุม จะต้องมีกรรมการชุดหนึ่งเข้ามาคอยดูแลแขกหน้าใหม่เพื่อให้รู้สึกอบอุ่น Feel at Home และรู้สึกอยากมาเข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ อีก เพื่อเป็นการขยายโครงข่ายให้มากขึ้น

charit

จาก : MMP Magazine ฉบับที่ 9

Comments

comments